รวมไอเท็มสกินแคร์ #ของมันต้องมี ซื้อเหอะรับรองชีวิตจะดี๊ย์ ดีย์ ~ ~ ~

9 May 2018 By na9lady

สวัสดีค่าสาวๆ ทุกคน

จะว่าไปเป็นผู้หญิงนี่ก็ไม่ง่ายเลยนะคะ ยิ่งเป็นผู้หญิงที่ผิวแพ้ง่าย

เดี๋ยวสิวผดขึ้น เดี๋ยวสิวอักเสบขึ้น เดี๋ยวหน้าลอกเป็นขุยยิ่งแล้วใหญ่เลยค่ะ


แต่หลังจากที่เราได้ลองใช้สกินแคร์ต่างๆ ทั้งที่เพื่อนตัวเองแนะนำ และหาอ่านรีวิวของเพื่อนๆ ที่มาแนะนำทางออนไลน์มาหลายชิ้น

ก็เลยได้ข้อสรุปสกินแคร์สำหรับผิวหน้า แบบ #ของมันต้องมี

(ขอยืมแฮชแท้กพี่ขวัญมาใช้หน่อยค่ะ เพราะต้องมีจริงๆ!)

รวบรวมมาได้ 8 ชิ้น ที่คิดว่าเลอค่าสำหรับเรามากจนอยากจะบอกต่อ

อย่ามัวรอช้า ไปดูกันเลยค่าาาา

Item 1 ครีมกันแดด

  • Smooth E physical sunscreen spf 50+ pa+++

บอกเลยว่าเราหากันแดดที่เหมาะกับหน้าเรายากมาก แต่จะไม่ใช้ก็ไม่ได้ เพราะแดดเมืองไทยมันร้อนเหมือนซ้อมตกนรก กรี๊ดดดดด~~~

แต่สุดท้ายก็มาเจอกับตัวนี้เลยค่ะ ครีมกันแดดสมูทอี ตัวที่เราใช้อยู่สำหรับสาวๆ ผิวแห้ง/ผิวธรรมดาค่ะ จะมี 2 สี คือ สีเบจและสีขาว

ประทับใจอะไร : พวกผลิตภัณฑ์กันแดดมีหลายชนิดนะคะ สำหรับตัวนี้เป็น physical sunscreen คือ จะสะท้อนรังสี UVA UVB ได้ แบบไม่ทิ้งสารตกค้างไว้บนผิวหน้าเลย ซึ่งทำให้ผิวไม่แสบ ไม่แพ้เลยค่ะ อ่อนโยนมากเวอร์ อีกอย่างคือทาระหว่างวันหน้าไม่หมอง ไม่ดรอป ไม่เป็นคราบเลย

            อย่างที่บอกว่ากันแดดสมูทอีมี 2 สีนะคะ ซึ่งเรามีทั้ง 2 สีเลยค่ะ เนื้อครีมจะเหมือนกันคือละเอียด มีความข้นแต่เกลี่ยได้ดี ตัวที่เป็นสีขาว เวลาทาช่วงแรกๆ หน้าจะขาวขึ้นมาระดับนึงค่ะ แต่รอให้เซตตัวสักระยะ สีก็จะกลืนกับสีผิวเลย ส่วนสีเบจ ทาปุ๊บคือกลืนไปกับสีผิวเลย ช่วยปกปิดรอยจางๆ บนใบหน้าได้ดีแบบไม่ต้องพึ่งรองพื้นเลยค่ะ แต่ถ้าพวกรอยที่สีเข้ม อาจจะต้องอาศัยคอนซิลเลอร์มาช่วยค่ะ

            กันแดดสมูทอีตัวนี้ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 300 บาท


Item 2 แป้งฝุ่น

  • MUJI loose powder

            สาวกมูจิอย่างเราไม่ยอมพลาดค่า เพราะคสอ.ของมูจิก็เลิศนะคะ แพคเกจจิ้งดูมินิมอลน่ารักๆ สไตล์มูจิด้วย แป้งฝุ่นตัวนี้ก็มี 2 สีเหมือนกันค่ะ คือ สี natural และ สี pearl natural ซึ่งความต่างก็คือ สี natural จะเหมาะกับคนผิวขาวเหลือง ส่วนสี pearl natural จะเหมาะกับคนผิวขาวมากกว่า แถมมีกลิตเตอร์วิ๊งๆ แบบละเอียดมากผสมอยู่ด้วย ของเราใช้สี natural ค่า

ประทับใจอะไร : เราเป็นคนชอบแป้งฝุ่นมากกว่าแป้งอัดแข็งผสมรองพื้นนะคะ เพราะแป้งฝุ่นมันให้ความเบามากกว่า ด้วยความที่เราไม่ค่อยชอบแต่งหน้าด้วยแหละ เนื้อแป้งโปร่งแสง ละเอียด ไม่มีกลิ่น จริงๆ เราคิดว่าเนื้อแป้งใกล้เคียงกับแบรนด์ดังๆ ในราคาที่เอื้อมถึงค่ะ ^^ ระหว่างวันอาจจะมีดรอปให้ต้องเติมแป้งบ้าง แต่สำหรับเราชอบเลยค่ะ

            แป้งฝุ่นมูจิตัวนี้เราซื้อมาจากญี่ปุ่น จำราคาไม่แม่น แต่ไม่น่าจะเกิน 400 บาทค่ะ


Item 3 น้ำตบ

  • Biotherm life plankton essence

            เอสเซนส์ Life Plankton ในตำนาน ที่เพื่อนๆ บอกว่าใช้เถอะ ใช้แล้วหน้าจะชุ่มชื้น ผิวจะแข็งแรงขึ้น คือพูดซะเราต้องไปหามาใช้จนได้ และตอนนี้ก็เป็นลูกรักที่อยากจะแนะนำต่อเหมือนกันค่ะ

ประทับใจอะไร เราเป็นคนที่ใช้พวกเอสเซนส์ น้ำตบอยู่แล้วค่ะ พอทนใช้ขวดเก่าจนหมดเลยตัดสินใจซื้อของที่แพงกว่าละกัน เพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า ซึ่งก็ดีกว่าจริงๆ เวลาที่ตบบนผิวหน้า อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อยเพื่อให้ตัวเอสเซนส์ซึมเข้าไป

ตัวนี้ไม่ได้ช่วยให้ขาวขึ้นนะคะ แต่ช่วยให้ผิวหน้าเราแข็งแรงขึ้น สังเกตตอนแต่งหน้าเลย คสอ.จะติดหน้าเราง่ายขึ้น และที่สำคัญคือ หน้าเราชุ่มชื้น ไม่เป็นขุยเลย ส่วนกลิ่นที่ใครหลายคนไม่ชอบ ตอนแรกเราก็ไม่ชอบเหมือนกัน ฮ่าๆๆ แต่พอใช้ไปเรื่อยๆ น่าจะชินกลิ่น กลายเป็นว่าชอบซะงั้น ขวดนี้สนนราคาอยู่ที่ 1,700 บาทค่ะ (ซื้อที่คิงพาวเวอร์ตอนเซลล์)


Item 4 ลิป

  • Vaseline Petroleum Jelly
  • Dior lip glow

            ลิปนี้มาแบบขอ 2 ค่ะ จริงๆ ตัว vaseline ก็ไม่เชิงเป็นลิปซะทีเดียว คือทาได้ทุกส่วน ให้ความชุ่มชื้นแบบครอบจักรวาล ส่วนลิปเปลี่ยนสีของ dior ก็เลิศ ถึงราคาจะแรงไปนิดก็เถอะ ตัวนี้มีหลายสีให้เลือกนะคะ แต่สีที่เราใช้ประจำคือ สี pink 001 ค่ะ

ประทับใจอะไร : สำหรับตัวแรก vaseline petroleum jelly เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จัก หรืออาจจะเคยใช้ เพราะทาได้ทุกส่วนของร่างกาย คือประโยชน์หลักๆ ของตัวนี้ก็คือเก็บรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวค่ะ ซึ่งเราก็จะใช้ทาทั้งข้อศอก เข่า ริมฝีปาก แต่จะเป็นทาก่อนนอนนะคะ สังเกตได้เลยว่าปากจะไม่แตกเป็นขุย สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 60-70 บาทค่ะ

            ส่วนลิปของ dior ตัวนี้เป็นลิปมันเปลี่ยนสี ปกติเราไม่ค่อยแต่งหน้าอยู่แล้ว ทาแค่ลิปนี้คือจบเลย หน้าตาดูมีสีสันขึ้นแบบไม่เวอร์จนเกินไป เพราะให้สีแบบระเรื่อๆ ดูแพง 555 แถมปากชุ่มชื้นไม่แห้งเลย สนนราคาประมาณ 1,100 นิดๆ จำราคาแม่นๆ ไม่ได้ค่ะ


Item 5 เจลบำรุงผิว

  • Hada Labo Perfect Gel

            เราเคยใช้ทั้งครีม ทั้งเจล แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าเจลจะเก็บและมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีกว่า หลังๆ เลยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเจลซะเป็นส่วนใหญ่ สำหรับตัวนี้ถ้าใครใช้น้ำตบหรือฮาดะลาโบะที่เป็นแบบน้ำ แล้วเปลี่ยนมาใช้เจล จะลืมน้ำตบไปเลยค่ะ เพราะตัวเจลมันเข้มข้นกว่ามาก

ประทับใจอะไร : ฮาดะลาโบะกระปุกทองนี้ เราทาก่อนนอนค่ะ เพราะเคยอ่านมาเขาบอกว่าทาครีมบำรุงก่อนนอน ผิวจะดูดซับเอาสารบำรุงได้ดีที่สุด อีกอย่างคือตัวเนื้อเจลค่อนข้างเข้มข้น และหนัก ถ้าทาตอนกลางวันเดี๋ยวจะเหนียวหน้าแย่

คืนไหนที่ทาตัวนี้ก่อนนอน พอตื่นขึ้นมารู้สึกเลยค่ะว่าผิวนุ่ม เด้งขึ้น ยิ่งวันไหนที่ตากแดดร้อนๆ มา อาศัยตัวนี้แหละเป็นตัวฟื้นฟู ตัวนี้เราว่าผลลัพธ์เรื่องความชุ่มชื้นเห็นได้เร็วเลยค่ะ แนะนำๆ


Item 6 ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า

  • Yves Rocher  Hydra Vegetal Hydrating Micellar Water 2 in 1
  • Yves Rocher  Hydra Vegetal Refreshing Cleansing Gel

            ใครที่เข้า Yves rocher นี่จะรู้เลยว่าคนขายขายเก่งมากกกกกกก จากตอนแรกที่ตั้งใจเข้าไปซื้อแค่แชมพู ปรากฏว่าได้ 2 ขวดนี้กับ mist มาด้วย แต่คือคิดถูกมากที่หิ้วกลับมา เพราะเป็นอีกตัวที่เลิฟจนอยากบอกต่อเลยค่ะ จริงๆ เซตนี้จะมีผลิตภัณฑ์อีกหลายตัวนะคะ ทั้งโทนเนอร์ ครีม สครับ

ประทับใจอะไร : เซตนี้ช่วยเรื่องผิวขาดน้ำค่ะ คือให้ความชุ่มชื้นกับผิว ตัวคลีนซิ่งอันนี้ พอใช้แล้วก็ไม่ได้แสบหน้า หรือแพ้เลยนะคะ เราใช้เช็ดรอบดวงตาด้วย ใช้สำลีเช็ดแค่ 2-3 แผ่นก็สะอาด แถมไม่ต้องออกแรงเช็ดด้วยค่ะ เลิศมากสำหรับคนที่หมดแรงจากการทำงานมาทั้งวัน :P

            ส่วนตัวเจลล้างหน้า ก็มีลักษณะเป็นเจล ไม่มีฟอง ตอนแรกที่ใช้ไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แต่หลังจากล้างหน้าเสร็จ รู้สึกเลยว่าผิวไม่เอี๊ยด มีความชุ่มชื้น และล้างหน้าได้สะอาดด้วยค่ะ ทั้ง 2 ตัวนี้ ตอนที่เราซื้อมีโปรซื้อขวดที่ 2 ลด 50% ค่ะ ราคา 2 ขวดน่าจะประมาณ 7-800 บาท


Item 7 สเปรย์น้ำแร่

  • Yves Rocher Sensitive Végétal soothing mist      

            บอกแล้วว่าเข้าร้าน Yves rocher ได้ของมาเพียบ นี่ก็เป็นหนึ่งในของที่เราได้มาจากวันนั้นค่ะ :D เป็นสเปรย์น้ำแร่ ที่ไม่มีน้ำหอม และไม่มีสี จริงๆ อันนี้ก็มีเซตของเขาเหมือนกันค่ะ แต่เราก็ซื้อมาแค่ขวดนี้ขวดเดียว

ประทับใจอะไร : ตัวนี้เหมาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่ายเลยค่ะ เพราะว่าไม่มีน้ำหอม ไม่มีสี (แต่ตอนฉีดเราได้กลิ่นอ่อนๆ นะคะ) เลยทำให้หน้าเราไม่แพ้ ส่วนตัวคิดว่าสเปรย์น้ำแร่ตัวนี้มันมีความข้นกว่าสเปรย์แบรนด์อื่น หัวฉีดกระจายตัวดี แต่ว่าให้หยดน้ำที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ซึมเข้าผิวช้านิดนึง แต่โดนภาพรวมโอเคเลยค่ะ  สนนราคา 450 บาทค่ะ



หวังว่าแต่ละไอเท็มจะถูกใจสาวๆ นะคะ

เพราะเราใช้แล้วเลิฟ เลยอยากเอามาแชร์ต่อเผื่อสาวๆ ที่กำลังมองหาสกินแคร์ใหม่ๆ มาลองใช้

หรือถ้าใครมีสกินแคร์สำหรับผิวแห้งเลิศๆ ก็แนะนำมาได้เลยค่า เดี๋ยวจะไปลองซื้อมาใช้บ้าง

วันนี้ไปก่อนค่า บายยย~~~~~~~

เพิ่มเพื่อน

กระทู้นี้อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

event calendar