พาส่องชีวิตสุด cool ที่ Vancouver

9 October 2017 By zommmz

สวัสดีค่าาา วันนี้อยากจะมาเล่าถึงทริปที่ไปมาเมื่อเดือนที่แล้ว คือ ช่วงต้นเดือนกันยาค่ะ คราวนี้บินไปไหลถึงแคนาดา ไปเที่ยวเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า Vancouver เมืองนี้ จริงๆแทบไม่ค่อยมีคนไปนะ เพราะว่าสถานที่ท่องเที่ยวมันไม่อลังการเท่า เมืองอื่นๆ แต่ว่า ที่อยากจะมาเล่าเพราะเห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเค้าแล้วแบบ amazing มาก สมกับเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วจริงๆ 555 เกริ่นตั้งนาน มาดูกันดีกว่า ว่าทริปสุด cool ที่ Vancouver ใช้ชีวิตยังไงกันบ้าง

ที่พัก Airbnb

เริ่มจากที่พักก่อนเลย คือทริปนี้เราไปนานมากๆๆ 20 วันแน่ะ เลย ต้องมีการประหยัดค่าใช้จ่าย เลยเลือกที่จะมาใช้บริการ Airbnb คือ เป็นบ้านคนในแคนาดาแหละ แต่ว่า เค้าแบ่งห้องบางส่วนให้เช่า ราคาจะถูกกว่าโรงแรมมาก สามารถใช้ถ้วยชามของเค้าได้หมด แค่ว่าต้องล้างห้สะอาดแล้วเก็บเข้าที่ และที่สำคัญ ต้องอ่านกฎกติกาของบ้านเค้าให้ดีดี ก่อนไปพักนะจ๊ะ อย่างบ้านที่เราไปขออาศัยอยู่เนี่ย นางเป็น Vegan จ้า คือ ไม่ทานเนื้อสัตว์ และห้ามเอาอาหารที่มีเนื้อสัตว์เข้าบ้าน !!!!! อันนี้นางซีเรียสสุดๆ ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็จะเป็นเรื่องความปลอดภัย กุญแจบ้าน ไรงิ อ้อ แล้วอีกเรื่องนึงคือ บ้านนางไม่มีถังขยะอ่ะ แต่ให้ทิ้งขยะ ในตู้เย็นเน่อ เพราะนางกลัวแมลงจ้า แต่บ้านนางก็ดีตรงที่ อยู่อย่าง minimal มากๆ ข้าวของเครื่องใช้เป็นแนวรักษ์โลกหมดเลย ของนางน้อยมากขนาดว่า ของในกระเป๋าเดินทางเรายังมากกว่าของทั้งบ้านของบ้านนางอีก สุดยอดจริงๆ

นี่คือถังขยะที่เก็บในตู้เยนค่าา

นี่คือสภายภายในของตู้เย็น ชาววีแกน มีไส้กรอกวีแกนด้วยอ่ะ แต่ฝั่งซ้ายเป็นอาหารของเราเอง ซึ่งก็คือเอาเข้าบ้านได้แค่นมกล่อง

อันนี้คือมุมซีเรียล อาหารเช้า เล็กๆของพวกเรา ช่วงที่อาศัยอยู่กับ โฮสต์เจ้าของบ้าน

ห้องนอนน้อยๆ ของเฮาเอง

Day 1: นั่งเรือ Furry ไป Victoria

ที่เที่ยวที่แคนาดา จะเป็นแนวธรรมชาตินะคะ อันนี้มีคนใน pantip แนะนำว่าควรจะนั่งเรือ furry ข้ามฟากไป Victoria เป็นเมืองอีกเมืองนึงที่สวยงาม แต่จริงๆ เราอยากนั่งเรือ furry มากกว่า เพราะไม่เคยนั่งเลย เรือ furry เป็นเรือข้ามฟากที่มีขนาดใหญ่มากๆ เราสามารถขับรถไปจอดในเรือ เอาทั้งคน ทั้งรถข้ามฟากไปได้เลย มาดูบรรยากาศการนั่งเรือ furry กันดีกว่า 

ในเรือ furry มีอาหารขายด้วยล่ะ เราออกกันมาแต่เช้า ได้กลิ่นทอดไข่หอมๆแบบนี้ ก็เข้าคิวซื้อสิคะ รออะไร

บรรยากาศตรงชั้นดาดฟ้าของเรือค่ะ คือถึงแม้จะมีแดด แต่ก็หนาวอยู่นะคะ จะสังเกตได้ว่า ผู้โดยสารต้องใส่เสื้อกันลมกันหมดเลย ถึงจะออกมาชมวิว outdoor ได้

ภายในเป็นที่นั่งโดยสารค่า

ด้านบนดาดฟ้าของเรือ Furry อล้งการงานสร้าง บ้านเราน่าจะมีเรือแบบนี้เอาไว้ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเนอะ

มาถึงแล้ว เมือง Victoria รถอันนี้เรียกว่า hop-on hop-off city tour คือ กระโดดขึ้น กระโดดลง กี่ครั้งก็ได้ใน 1 วัน เพราะจะมีรถแบบนี้หลายคันวิ่งวนๆในตัวเมืองค่าาา

มีสวนดอกไม้แบบนี้ตลอดริมทางเดินเลย เพลิดเพลินสุดๆ อันนี้เราชอบเป็นพิเศษ เพราะทำเป็นรูป Orca แม่ลูกน่าร้าาาก

Day 2: Whistler ภูเขา 2 ลูกที่อยู่เคียงข้างกัน 

                        Black Comb vs. Whistler

วันถัดมาก็เพิ่มดีกรีความซ่าด้วยการนั่งรถไปเมืองที่ชื่อว่า Whistler เป็นเมืองที่มีภูเขาลูกใหญ่ และสูงชันมาก 2 ลูก ลูกแรกชื่อว่า Whistler และ ลูกที่ 2 ชื่อว่า Black Comb เราจะขึ้นไปยอดเขา 2 ลูกนี้กัน ด้วยกำลังขาอันแข็งแกร่งของเรา (ล้อเล่นนะคะ ถ้าเดินขึ้นไป ด้วยความฟิตระดับเรา นี่อาจจะใช้เวลาเป็นเดือน 5555) แต่ทุกคนสามารถขึ้นได้ค่ะ ด้วย กระเช้า กระเช้านี้จะนำท่านขึ้นไปสู่ยอดเขา ทั้งสอง และ ลงมาส่งท่านถึงพื้นดินอย่างปลอดภัย กระเช้าที่นี่แบบสุดติ่งมากค่า มีความยาว นั่งแล้วเสียวสุดๆ เคยนั่งที่ฮ่องกง หนองปิง ก็ว่านานแล้วว นั่งอันนี้คนละเรื่องเลย ยิ่งขึ้น ยิ่งสูง ยิ่งหนาวสุดๆ

สภาพเมืองภาคพ้ืนดินอง Whistler ก่อนขึ้นกระเช้า

เห็นแดดเปรั้ยงๆแบบนี้ รอดูบนยอดเขาก่อนเถอะ หึๆ

อยู่บนกระเช้าแล้ว และอันนี้คือวิวที่มองลงมาค่า สูงจนขาสั่น

กระเช้าที่สวนกัน

บนยอดเขา ไม่ต้องกลัวลำบากเลยค่ะ เพราะมีร้านอาหารให้ได้นั่งพักชมวิว นั่งจิบเบียร์เบาๆ ก่อนลงเขาค่ะ

เวลานั่งกระเช้าลงจากเขาจะเห็นแอ่งน้ำที่เป็นสี ฟ้าอมเขียวอยู่เรื่อง อันนี้เกิดจาก น้ำแข็งที่เคยเกาะอยู่ตามยอดเขาช่วงฤดูหนาว มันละลายเลยกลายเป็นสีแบบนี้ค่ะ

Day 3 : Vancouver City Tour : ปั่นจักรยาน Stanley Park

วันนี้เกิดอยากมีความชิว ขี้เกียจตื่นเช้า เลยตัดสินใจเอาแค่เที่ยวตะลอนในเมือง Vancouver ละกันค่ะ แล้วก็พยายามเก็บตก สถานที่ที่เค้าแนะนำกัน ตามนี้เลย

Gastown Stream Clock เป็นนาฬิกาที่เป็น สัญลักษณ์ของเมือง Gastown ซึ่งเป็น downtown ใน Vancouver เลยค่ะ ใช้กลไลลูกตุ้มอะไรดูยากๆ ที่ผู้หญิงอย่างเราก็ไม่รู้ 5555 ที่ทำให้มันสามารถเดินได้ไม่สิ้นสุดค่ะ

Triangle Building ตึก 3 เหลี่ยมอันโด่งดังในเมือง Gastown

งานเดินตลาดก็มาค่าา อันนี้เป็นคล้ายๆตลาดสดบ้านเราเลย ของที่ขายก็จะมีของสดยันของแห้ง

แผงขายผักที่แคนาดาจ้า

ผลไม้ตระกูลเบอรรี่ สดมากกก และไม่แพงด้วยค่ะ

ความน่ารักของร้านขายดอกไม้

พักทานข้าวที่ร้านซูชิ มาแคนาดาต้องมากินซูชินะคะ เพราะที่นี่ส่งออกปลาแซลม่อนเยอะ และปลาก็ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ เลย ดูที่ลายซะก่อน เห็นแล้วก็อยากกลับไปกินอีก มันสดมากกกก

ไม่ต้องบรรยาย ยิ่งเขียวริวิวไป ยิ่งหิวข้าว 5555

อันนี้ร้านเบียร์ค่ะ ตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากกินเบียร์หลายๆแบบ แต่ไม่อยากกินอย่างใดอย่างนึงเยอะเกินไป เค้าก็จะมาเสิร์ฟแบบนี้ค่ะ

เสร็จแล้วก็มาปั่นจักรยาน ที่ Stanley Park แนวการปั่นเรียกว่า Seawall คือปั่นเลียบทะเลค่ะ รูปนี้ ก็มีนางเงือกโผล่ขึ้นมากลางทะเลให้กำลังใจนักปั่นค่าา

บรรยากาศดีขนาด

ที่ปลายทางจะมี totem ที่เป็นไม้แกะสลักทาสีสดๆ เหมือนชนเผ่าค่ะ แสดงถึงชาวพื้นเมืองของที่นี่ค่ะ

Day 4 : Capilano Suspension Bridge วันสุดท้าย


วันสุดท้ายที่เมือง Vancouver ต้องไปโดนที่นี่เลย สะพานที่ยาวที่สุดในแคนาดา มีความหวาดเสียว level 10 เป็นที่ที่ A MUST ต้องไปค่ะ เพราะเป็นสะพานที่ยาวและหวาดเสียว คือเป็นสะพานไม้แขวน เพื่อข้ามลำธาร สะพานนี้มีความยาวมาก เวลาลมพัดแรงๆ มันจะแกว่งๆ หน่อย แต่การสร้างนั้นแข็งแรงมากๆ เจ้าหน้าที่บอกว่า เคยมีต้นไม้ใหญ่หักโค่นลงมาทับสะพาน แต่สะพานก็ยังอยู่ได้ ไม่พังลงมา

ทางเดินเท่ากับไม้กระดาน 3 แผ่นเองจ้า

นี่ไง Suspension Bridge แขวนท่ามกลางธรมขาติสุดๆ

ถ่ายจากมุมล่างค่า

บ้านต้นไม้ เหมือนบ้าน tarzan เลย

บรรยายมายืดยาว หวังว่าเพื่อนๆจะสนุกกับรีวิว อันนี้นะคะ ชาวแคนาดาเป็นคนที่รักโลกจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สร้างขึ้นมา เค้าจะไม่ให้ทำลายสิ่งแวดล้อมเลย แม้แต่นิด หรือถ้าต้องมีการตัดต้นไม้ ก็จะต้องมีการปลูกเพิ่ม ทำให้เมืองเค้าร่มรื่นน่าอยู่ค่ะ สำหรับวันนี้ไปก่อนน้าา สวัสดีค่า

เพิ่มเพื่อน

event calendar