⁂ 10 สกินแคร์ สำหรับสาวผิวมัน ⁂ อะไรเด็ด อะไรดี เชิญมุงทางนี้เลย

3 May 2017 By Mini_Meen

ฮัลโหลวววววววววว !!! 

เริ่มต้นเข้าสู่เดือนที่ 5 ของปี 2017 กันแล้วนะคะ วู้ววววว


ในระยะเวลาสี่ห้าเดือนที่ผ่านมา เราพยายามเฟ้นหาสกินแคร์ที่ช่วยกอบกู้ผิวหน้าของเรา ปัญหาหลักๆ เลย คือเป็นคนผิวมัน (มากกกก) มีสิวเสี้ยนตามข้างจมูกและคาง รูขุมขนกว้าง หน้าไม่นุ่มเด้ง แต่งหน้าติดยาก แถมริมฝีปากแห้งแตกอีกต่างหาก ซึ่งก็ได้ลองสกินแคร์หลายตัวเลย มีทั้งดี-ไม่ดีปะปนกันไป อันไหนดีก็เก็บไว้ อันไหนไม่ดีก็ลืมมันไป ฮ่าๆๆ

และแล้ววันของเราก็มาถึง เมื่อเวลาผ่านไป 3-4 เดือน ผิวหน้าที่มัน มีสิวเสี้ยน ขาดความชุ่มชื้น และริมฝีปากแห้งแตก ก็กลับมามีชีวิตที่สดใสอีกครั้ง ที่สำคัญแต่งหน้าติดดีขึ้น! ด้วยสกินแคร์ที่จะมานำเสนอในวันนี้ค่ะ แต่ขอบอกนิดนึงว่า ผลลัพธ์ที่ได้ของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันนะ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เราแค่อยากมาแชร์ประสบการณ์ เพื่อเป็นทางเลือกให้สาวๆ ได้ทดลองใช้กันดูเนาะ :)

เอาล่ะมาเร่ิมกันเลยกับ 

'10 Simple Skincare Products for Oily Skin'


เราจะขอแบ่งหมวดหมู่ออกเป็น 3 ประเภทนะคะ 1) Cleansers 2) Moiturizers และ 3) Lips and Acne Products

มาดูหมวดแรกกันเลย

Cleansers

Cleansers : ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า

1) Simple : Moisturising Facial Wash

โฟมล้างหน้าจากฝั่งอังกฤษที่เพิ่งจะเข้าไทยได้ไม่นาน ทางแบรนด์เคลมว่าอ่อนโยนต่อผิวมาก ไม่มีน้ำหอม สีและสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ เหมาะกับคนเป็นสิวและแพ้ง่ายอย่างเรา เป็นโฟมล้างหน้าที่มีฟองไม่มากค่ะ ถ้าใช้มือวนๆ ก็มีฟองประมาณนึง แต่ถ้าอยากได้ฟองมากก็ใช้ร่วมกับตะข่ายตีโฟมได้ ให้ฟองที่ละเอียดดีเลยค่ะ (เป็นคนเสพติดฟอง แหะๆ) เนื้อมีความเหลวกว่าโฟมล้างหน้าทั่วๆ ไป ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ สดชื่น ความรู้สึกหลังใช้โอเคเลยค่ะ ให้ความรู้สึกสะอาด สดชื่น หน้าลื่นนิดๆ ไม่แห้งตึง สบายผิว เลิฟฟฟฟ

2) The Body Shop : Tree Tea 3 in 1 Wash.Scrub.Mask

เหนือสิ่งอื่นใดต้องขอขอบคุณจีบันมากๆ นะคะ เมื่อหลายเดือนก่อน เราได้ร่วมกิจกรรมกับทางจีบันและได้รางวัลมาเป็นสิ่งนี้ ปลื้มมากกกกก เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการรักษาสิวอยู่พอดี ความพิเศษของมันก็คือ สามารถเป็นได้ทั้งโฟมล้างหน้า สครับขัดผิว และมาส์กในตัว !! เนื้อจะมีความเป็นโคลนๆ สีขาวขุ่น เม็ดสครับละเอียด ไม่บาดผิวหน้า ส่วนกลิ่นก็ดีมาก เป็นกลิ่นทรีทีออลย์ ให้ความเย็นกับผิว แต่ใช้แรกๆ อาจจะรู้สึกแสบตานิดๆ เพราะมันเป็นน้ำมันหอมระเหย แต่พอใช้บ่อยๆ เข้าก็ไม่ค่อยรู้สึกแล้วค่ะ ฮ่าๆๆๆ

วิธีใช้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าให้หน้าเปียกพอหมาดๆ ใช้ผลิตภัณฑ์จำนวนไม่มากนัก ล้างหน้าไปเลย แต่ถ้าอยากจะสครับ ก็เพิ่มปริมาณผลิตภัณฑ์ ถูวนๆ ไป ยิ่งบริเวณที่มีสิวเสี้ยนอย่างข้างจมูกและคาง วนไปเบาๆ สิวเสี้ยนหลุดออกมาเลยค่ะ และถ้ามีเวลาก็มาส์กทิ้งไว้สัก 5-10 นาทีให้แห้ง แล้วก็ล้างออก โอ้ววว หน้านุ่ม ลืม สะอาดมากกกกกกกก สบายสุดๆ เหมือนได้สปาหน้าเบาๆ

จริงๆ แล้วก็ไม่ควรใช้ทุกวันนะคะ เพราะมีสครับ อาจจะทำให้ผิวบางได้ แต่ถ้าอยากใช้ทุกวันก็ใช้ปริมาณที่น้อยๆ ค่ะ (แอบไปถาม BA The Body Shop มาภายหลัง  อิอิ) ตัวนี้เลยกลายเป็นลูกรักสุดๆ ไปเลยจากหน้าที่ไม่นุ่ม ลูบไปมีสิวเสี้ยน ก็แปลงร่างเป็นผิวที่สะอาด นุ่ม ไปได้อย่างน่าพึงพอใจ

ถ้าหมดแล้วใจจริงอยากซื้อต่อมากๆ แต่ราคาแอบสูง ไปดูมา 895 บาทแหน่ะ ต้องเก็บเงินๆ ฮ่าๆๆๆ มันกลายเป็นขาดไม่ได้ไปซะแล้ว อ้อ อย่างไรก็ดี คนที่แพ้ง่ายๆ อาจจะต้องลองเทสดูก่อนนะคะ เพราะมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยอย่างทรีทีออลย์ อาจจะแพ้ได้

ลูกรักเลยตัวนี้ เม็ดสครับละเอียด ความรู้สึกหลังใช้สบายผิวมากกก

3) Simple : Soothing Facial Toner

ปกติล้างหน้าเสร็จก็ทาครีมบำรุงเลย แต่พอเห็นแบรนด์ Simple เข้าไทย ก็อยากใช้ Toner ขึ้นมาทันที พอได้ลองใช้ก็โอเคนะคะ เหมือนมันช่วยทำความสะอาดผิวอีกขั้นนึง เนื้อผลิตภัณฑ์ก็เป็นน้ำใสๆ กลิ่นคล้ายน้ำเกลือล้างแผลนิดๆ เวลาใช้ก็เทใส่สำลีให้ชุ่ม ค่อยๆ เช็ดตามแนวรูขุมขนจนทั่วหน้า ใช้แล้วไม่แห้งตึง จากนั้นก็ลงสกินแคร์ตัวอื่นๆ ต่อได้เลย

ส่วนตัวแล้วชอบใช้ตอนกลางคืนค่ะ เพราะผิวเราผ่านการแต่งหน้ามาทั้งวัน เราจึงต้องเพิ่มขั้นตอนนี้มาเพื่อทำให้ผิวหน้าเราสะอาดจริงๆ จะได้ไม่เกิดสิวอุดตันเพิ่มเติม ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ได้ว้าวขนาดนั้น แต่รู้สึกว่าใช้แล้วผิวหน้าโอเค ไม่แพ้ และไม่ได้เป็นสิวอะไรเพิ่ม

Moisturisers

Moisturisers

4) Innisfree : Soy Bean Energy Essence

น้ำตบนี้เวิร์คกับเรามากกกกก เป็น Essence จากถั่วเหลืองหมักจากเกาะเชจู ประเทศเกาหลี มีคุณสมบัติที่ทำให้ผิวชุ่มชื้น กระชับ และปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้น ผลิตภัณฑ์จะมีความหนืดกว่าน้ำตบทั่วๆ ไปเล็กน้อย พอแตะๆ น้ำจะยืดออกมาคล้ายนัตโตะเหมือนกันนะ ฮ่าๆ พอทาลงผิวไปก็จะค่อยๆ ซึมลงผิวไปเลยค่ะ เรื่องของกลิ่นไม่รู้สึกเลยว่ามีกลิ่นนะ

ส่วนเหตุผลที่เลือกใช้น้ำตบของ Innisfree นี่ก็เพราะคุณสมบัติที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสนี่ล่ะค่ะ เพราะหลังจากที่สิวหายแล้ว สิ่งที่ยังคงอยู่เป็นเครื่องเตือนใจของเราก็คือจุดด่างดำจากสิววววว ทำให้ผิวเราดูไม่งาม ฉะนั้นถ้ามีตัวช่วยในการลดเลือดจุดด่างดำได้ ก็ถือว่าเวิร์คเลย !! ถามว่าเห็นผลเร็วขนาดนั้นมั้ย เราว่าต้องใช้เวลาประมาณนึงเลยค่ะ แต่สิ่งที่เห็นผลได้เร็วๆ เลยคือเรื่องความชุ่มชื้นนี่ล่ะนะ

5) Holika Holika : Lazy & Easy - all in one master

น่ารักที่สุดแล้ววววว

หูยยยยย สารภาพเลยว่าซื้อมาเพราะเจ้า Gudetama !!! มันน่ารักกกกกก ไม่ได้คาดหวังผลอะไรเลย แต่พอใช้ไปแล้ว เหยยยย มันใช้ดีเลย เนื้อมีความเป็นกึ่งเจลขุ่นๆ กลิ่นหอมสะอาดๆ สดชื่น ไม่หนักหน้า ทาปุ๊บ ซึมปั๊บ เค้าเคลมว่าเป็น all in one master คือใช้ตัวเดียวจบ! ซึ่งถ้าไม่อะไรมาก ก็จบจริงๆ แต่ก็รู้ๆ กันเนาะ ว่าสำหรับตัวเราเองเนี่ยแหละ ที่ไม่จบ ฮ่าๆๆๆ เลยต้องมีครีมตัวอื่นๆ ช่วยเสริม

ใช้จนจะหมดแล้ว ราคาแอบสูงเหมือนกัน อยากมีตุนไว้จริงๆ ฮรือออออ

6) เขาค้อทะเลภู น้ำมันสกัดเย็น เคอร์ซามิน

มาที่ของไทยกันบ้างกับ "เขาค้อทะเลภู" เราเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อนี้ก็เพราะไปเดินเล่นที่ร้านตำรับไทย แล้วเห็นว่าแพคเกจแบรนด์ไทยยี่ห้อนี้ทำดีจัง สะอาดตา น่าใช้ เลยเริ่มจากการหยิบแชมพูสมุนไพรมาใช้ก่อน เหย มันโอเคเลย จากนั้นก็แวะไปอีกและเหลือบไปเห็นสิ่งนี้ ก็เลยหยิบมาอ่าน สรรพคุณมันน่าสนใจมากเลยค่ะ คือเป็นน้ำมันที่ผสมจากน้ำมันหลายชนิดโดยหลักๆ จะเป็นน้ำมันงาสกัดเย็นและขมิ้น โอ้ ขมิ้นคือสมุนไพรที่ใช้ในการบำรุงผิวมาตั้งแต่โบร่ำโบราณมาแล้วด้วยนี่นา และเป็นสมุนไพรที่ปลอดภัยอยู่คู่คนไทยมานาน ไม่รีรอหยิบใส่ตะกร้าให้ไวเลย

ความรู้สึกครั้งแรกที่ใช้คือ มันดี แม้ว่ามันจะเป็นน้ำมันแต่มันไม่เยิ้มเหนียวเหนอะหน้าเลยค่ะ พอเราทาแล้วก็ค่อยๆ นวดๆ ไม่นานน้ำมันก็ซึมลงผิวไป กลิ่นก็นั่นล่ะค่ะ ขมิ้นแท้ๆ เลย ทาแล้วมีสีเหลืองของขมิ้นด้วยนะคะ แต่มันก็ซึมๆ ไป หน้าไม่ได้เหลืองอะไร ฮ่าๆๆ ตอนแรกๆ ก็กลัวนะว่าหน้าจะมัน (มากไปกว่าเดิม) มั้ย แต่จากที่เคยศึกษามา การใช้น้ำมันทาผิว มันช่วยให้น้ำมันในผิวไม่ผลิตออกมาเยอะเกินไป เหมือนปรับสมดุลให้ผิวไปในตัว

ราคาไม่สูงมาก ถ้าจำไม่ผิดก็ 190 บาท อ้อ เค้ามีขวดใหญ่ขายด้วยนะคะ กะว่าครั้งหน้าไปคงจะซื้อขวดใหญ่เลย อิอิ

7) Innisfree : The Green Tea Seed Eye Cream

เป็นอายครีมตัวแรกที่เริ่มใช้เลยค่ะ ส่วนตัวแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันช่วยอะไรมาก นอกจากเรื่องความชุ่มชื้น ไม่รู้ว่ายี่ห้ออื่นๆ ใช้แล้วเห็นผลยังไงกันบ้าง แหะๆ เนื้อครีมหนาประมาณนึงเลย เราใช้ทาบริเวณรอบดวงตาและร่องแก้มค่ะ ส่วนกลิ่นก็หอมอ่อนๆ สไตล์ Innisfree ขอบอกว่าอายครีมกระปุกนี้ใช้ได้นานจริงๆ เพราะนอกจากกระปุกจะใหญ่มากแล้ว เนื้อครีมก็หนาด้วย เวลาใช้ ใช้แต่น้อยเท่านั้นค่ะ ไม่งั้นอาจมันเยิ้มได้ 

Lips and Acne Products

Lips and Acne Products

8) โทเมอิ คลินไดเจล

ใกล้หมดหลอดแล้ววว ถึงเวลาต้องตุนเพิ่มแล้วววว

ไม่ว่าสิวแบบไหนโผล่มาบนหน้า โทเมอิ เอาอยู่ เวลาใช้ก็ง่ายๆ เลย หลังจากล้างหน้าให้สะอาด แล้วเราก็แต้มลงไปบริเวณสิวเลยค่ะ ทาไปแล้วสิวจะค่อยๆ ยุบหายไปภายใน 24 ชั่วโมง ตอนนี้กลายเป็นยาสามัญประจำโต๊ะเครื่องแป้งของเราไปเรียบร้อยแล้ว 

9) ลิปมันเภสัชกร

ใช้ดีเกินคาดค่ะสำหรับลิปมันเภสัช ช่วยให้ปากที่แห้งแตกกลับมานุ่มได้อย่างดี สำหรับใครที่ปากแห้งมากๆ แนะนำให้โบกหนาๆ ทิ้งไว้สักพัก แล้วเอากระดาษทิชชู่เปียกมาขัดเบาๆ บริเวณริมฝีปาก เพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่แห้งนั้นออกไป แท่นแท๊นนนนน แล้วเราก็จะได้ปากที่นุ่มกลับมา เนื้อลิปจะคล้ายๆ กับวาสลีน คือทาแล้วเคลือบผิว ไม่ซึมลงไปเหมือนลิปอื่นๆ ซึ่งข้อดีก็คือช่วยกักความชุ่มชื้นได้ ส่วนข้อเสียก็คือมันไม่ค่อยสบายปากเท่าไร แต่สำหรับเราไม่ติดอะไรนะคะ ชอบเลย กลิ่นก็หอมแบบหมากฝรั่งฟรุตตี้ นึกถึงขนมสมัยเด็กๆ ค่ะ

ขนาดเล็กกระทัดรัด เหมาะแก่การพกพา แต่... เราติดที่ว่ามันต้องขวักนี่ล่ะ ที่ทำให้ไม่สะดวก เห็นเค้ามีแบบหลอดขายแล้วแต่ยังไม่ได้ลองเลย ไว้มีโอกาสจะลองหามาใช้ดูค่ะ 

10) Ben & Jerry : Mint Chocolate Cookie Lip Balm

มาถึงอันสุดท้ายกันแล้ววววววววว กับ Ben & Jerry Lip Balm อันนี้เลิฟ เพราะความน่ารักของแพคเกจ รสชาติที่หอมหวานจากกลิ่นไอศกรีม Signature ของเค้าและส่วนผสมจากธรรมชาติ อย่าง Beewax, Shea Butter, Organic Extra Virgin Olive Oil, Stevia และอื่นๆ เห็นครั้งแรกตอนไปต่อแถวที่ Ben & Jerry หูยยย มันน่ารักมากกกกก พออ่านส่วนผสมแล้วก็ไม่ลังเลที่จะหยิบมาเลยล่ะ เนื้อลิปค่อนข้างแข็งและหนา ใช้ยาก ต้องใช้นิ้วควัก ซึ่งตัวลิปมันไม่ได้ลื่นเหมือนวาสลีน มีความฝืดๆ แต่พอโดนความร้อนจากนิ้วมือและปาก มันก็ค่อยๆ ละลายซึมเข้าผิวไป รสชาติและกลิ่นดีมาก มีความหวานนิดๆ ด้วยความที่ชอบมิ้นต์อยู่แล้ว เลยเลิฟฟฟฟฟฟ ไปอีก ทาแล้วเย็นริมฝีปากนิดนึงด้วยนะ ซู่ซ่าดี

ปกติจะใช้ที่บ้านก่อนแต่งหน้าและก่อนนอนเพราะขนาดค่อนข้างใหญ่ พกยากนิดนึง

อร่อยยยยย

จบแล้วค่ากับผลิตภัณฑ์ทั้ง 10 ตัว Simple มั้ยล่ะ :) อย่างที่บอกไปเนาะ ว่าผลลัพธ์ที่ใช้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน เรารู้สึกว่าปัจจัยอื่นๆ เช่น การออกกำลัง ทานอาหารมีประโยชน์ ดื่มน้ำเยอะๆ และการพักผ่อนให้เพียงพอ ก็เป็นอีกความสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม ถ้าเราปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างคู่กับการดูแลตัวเอง เชื่อว่าทุกคนจะมีผิวที่ดีได้แน่นอนค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ บัยยย
★ Mini_Meen ★

เพิ่มเพื่อน

กระทู้นี้อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

event calendar